ผู้เช่าเก่าแจ้งย้ายออก แต่ถึงวันจริงยังไม่ออก เจ้าของห้องควรทำอย่างไร? — Homesome Insights
📊 การลงทุน

ผู้เช่าเก่าแจ้งย้ายออก แต่ถึงวันจริงยังไม่ออก เจ้าของห้องควรทำอย่างไร?

ผู้เช่าเก่าแจ้งย้ายออกแต่ถึงวันจริงยังไม่ออก ทั้งที่รับผู้เช่าใหม่ไว้แล้ว เจ้าของห้องควรทำอย่างไร รวม 6 วิธีป้องกันและขั้นตอน Move-out ที่ใช้ได้จริง

อัพเดท 2026-09-30 อ่าน 7 นาทีโดย Homesome Research Team
ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
  • "บอกว่าจะย้าย" ไม่เท่ากับ "ยืนยันสิ้นสุดการเช่า" — รับจองผู้เช่าใหม่เมื่อมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น
  • กำหนดวันส่งมอบห้องให้ชัด: วันสิ้นสุดสัญญา วันขนของ วันตรวจห้อง วันคืนกุญแจ
  • เว้น Buffer 1–3 วันระหว่างผู้เช่าเก่าออกกับผู้เช่าใหม่เข้า เพื่อตรวจ ซ่อม และทำความสะอาด
  • เงินประกันกับวันสิ้นสุดการเช่าเป็นคนละเรื่อง "ยังไม่หมดประกัน" ไม่ได้แปลว่าอยู่ต่อได้
  • ห้ามตัดน้ำ ตัดไฟ เปลี่ยนกุญแจ หรือขนของผู้เช่าออกเอง ให้ดำเนินการตามสัญญาและกฎหมาย

ปัญหาที่เจ้าของห้องเช่าหลายคนเจอคือ ผู้เช่าเดิมแจ้งว่าจะย้ายออก เจ้าของจึงรับจองผู้เช่ารายใหม่ไว้ แต่พอใกล้ถึงวันส่งมอบห้อง ผู้เช่าเดิมกลับขออยู่ต่อ

ตัวอย่างเช่น ผู้เช่าเดิมแจ้งว่าจะออกวันที่ 30 กันยายน เจ้าของจึงตกลงกับผู้เช่ารายใหม่ว่าจะเข้าอยู่วันที่ 1 ตุลาคม แต่พอถึงปลายเดือน ผู้เช่าเดิมยังไม่พร้อมย้าย เพราะบ้านใหม่ยังสร้างไม่เสร็จ ฝนตก งานล่าช้า หรือมีเหตุจำเป็นอื่น สุดท้าย เจ้าของห้องกลายเป็นคนที่ติดอยู่ตรงกลางทันที

ห้องที่ "กำลังจะว่าง" กับห้องที่ "ว่างพร้อมให้เช่า" ไม่เหมือนกัน ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการรับผู้เช่าใหม่ตั้งแต่ห้องยังอยู่ในสถานะแรก

1. อย่ารับผู้เช่ารายใหม่จากคำพูดว่า "น่าจะย้ายออก"

หลักแรกคือต้องแยกให้ออกระหว่าง "ผู้เช่าบอกว่าจะย้าย" กับ "ผู้เช่ายืนยันการสิ้นสุดการเช่า" สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

ถ้าผู้เช่าเพียงพูดว่า "สิ้นเดือนน่าจะออก" เจ้าของยังไม่ควรนำห้องไปรับจองแบบยืนยันวันเข้าอยู่ทันที แต่ควรให้ผู้เช่ายืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เช่น

ข้าพเจ้าขอแจ้งย้ายออกและสิ้นสุดการเช่าในวันที่ 30 กันยายน 2569 และจะส่งมอบห้องพร้อมกุญแจคืนให้ผู้ให้เช่าภายในวันดังกล่าว

การยืนยันทำได้ผ่านเอกสาร ระบบออนไลน์ LINE หรือช่องทางใดก็ได้ที่เก็บหลักฐานย้อนหลังได้ คำสำคัญคือ "มีหลักฐาน"

2. กำหนดวัน "ส่งมอบห้อง" ให้ชัด ไม่ใช่แค่วันย้ายออก

การบอกว่า "ออกวันที่ 30" ยังคลุมเครือ ควรระบุให้ชัดทีละขั้นว่า

  1. 1วันสิ้นสุดสัญญา
  2. 2วันขนของออก
  3. 3วันตรวจห้อง
  4. 4วันคืนกุญแจ
  5. 5วันส่งมอบห้อง

เมื่อผู้เช่าคืนกุญแจและเจ้าของตรวจรับห้องแล้ว จึงถือว่าการคืนห้องสมบูรณ์ในทางปฏิบัติ เพราะบางครั้งผู้เช่าบอกว่าย้ายออกแล้ว แต่ยังเหลือของบางส่วน ยังไม่ได้ทำความสะอาด หรือยังไม่ได้คืนกุญแจ

3. อย่าให้ผู้เช่าใหม่เข้าต่อในวันรุ่งขึ้นทันที

นี่เป็นจุดที่เจ้าของห้องพลาดกันมาก ถ้าผู้เช่าเก่าออกวันที่ 30 กันยายน ไม่ควรสัญญาว่าผู้เช่าใหม่จะเข้าได้ทันทีวันที่ 1 ตุลาคม ถ้ายังไม่ได้ตรวจสภาพห้องจริง

ควรมี Buffer Period อย่างน้อย 1–3 วัน หรือนานกว่านั้นตามสภาพห้อง ตัวอย่างเช่น

วันที่สิ่งที่ต้องทำ
30 ก.ย.ผู้เช่าเดิมย้ายออกและคืนกุญแจ
1 ต.ค.ตรวจห้อง ถ่ายภาพ และบันทึกเลขมิเตอร์
1–2 ต.ค.ทำความสะอาดและซ่อมแซม
3 ต.ค.ส่งมอบห้องให้ผู้เช่ารายใหม่

เจ้าของเสียค่าเช่าไป 2–3 วัน แต่ลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจใหญ่กว่ามาก

4. ถ้าผู้เช่าเก่าเปลี่ยนใจ ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนถึงกำหนด

ควรกำหนดเงื่อนไขไว้ตั้งแต่ต้นว่า หากแจ้งย้ายออกแล้วแต่ภายหลังต้องการอยู่ต่อ ต้องแจ้งเจ้าของล่วงหน้าภายในระยะเวลาที่กำหนด และการอยู่ต่อจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของยืนยันแล้วเท่านั้น

ไม่ควรถือว่า "ยังไม่หมดประกัน จึงยังอยู่ต่อได้" เพราะ เงินประกันกับวันสิ้นสุดการเช่าเป็นคนละประเด็น และถ้าเจ้าของรับผู้เช่ารายใหม่และมีข้อตกลงผูกพันไปแล้ว การเปลี่ยนใจของผู้เช่าเดิมย่อมกระทบอีกฝ่ายโดยตรง

อย่างไรก็ตาม การให้ผู้เช่าออกจากที่พักจริงควรทำตามสัญญาและกฎหมายที่ใช้กับกรณีนั้น ไม่ควรตัดน้ำ ตัดไฟ เปลี่ยนกุญแจ หรือขนทรัพย์สินของผู้เช่าออกเองโดยพลการ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ กฎหมายเช่าที่พัก

5. อย่ารับเงินผู้เช่ารายใหม่เร็วเกินไป

อีกปัญหาคือ เจ้าของเห็นว่าห้องกำลังจะว่างจึงรีบ รับจอง → รับมัดจำ → ทำสัญญา → นัดวันเข้า ทั้งที่ห้องยังอยู่ในการครอบครองของผู้เช่าเดิม

ทางที่ปลอดภัยกว่าคือแจ้งผู้สนใจตามความจริง เช่น

"ห้องมีกำหนดว่างวันที่ 30 กันยายน และคาดว่าจะพร้อมเข้าอยู่หลังตรวจรับและทำความสะอาด ประมาณวันที่ 2–3 ตุลาคม"

เจ้าของอาจเสียลูกค้าบางราย แต่ลดโอกาสเกิดข้อพิพาทกับผู้เช่ารายใหม่ได้มาก

6. วันคืนห้อง ต้องมี Checklist

เมื่อผู้เช่าเดิมออก ไม่ควรแค่รับกุญแจแล้วจบ อย่างน้อยควรตรวจ

  • สภาพห้องและเฟอร์นิเจอร์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • จำนวนกุญแจ / คีย์การ์ด
  • เลขมิเตอร์น้ำและไฟ
  • ค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายค้างชำระ
  • ความเสียหายที่เกินกว่าการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ
  • ภาพถ่ายหรือวิดีโอสภาพห้อง
  • บันทึกการส่งมอบห้อง

หลังจากนั้นจึงคำนวณและคืนเงินประกันตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดูรายการตรวจห้องแบบละเอียดได้ที่ เช็กลิสต์ดูห้องเช่า

ถ้ามีผู้เช่าใหม่รออยู่แล้ว ควรทำอย่างไร?

จากกรณีตัวอย่าง ถ้าผู้เช่าเดิม ยืนยันไว้ชัดเจนแล้ว ว่าจะสิ้นสุดการเช่าและส่งมอบห้องวันที่ 30 กันยายน ขณะที่เจ้าของทำข้อตกลงกับผู้เช่ารายใหม่ต่อจากนั้นไปแล้ว สิ่งที่ควรทำทันทีคือ

  1. 1รวบรวมหลักฐานการแจ้งย้ายออกทั้งหมด และกลับไปดูเงื่อนไขในสัญญาเดิม
  2. 2คุยกับผู้เช่าเดิมเป็นลายลักษณ์อักษรว่า มีการรับผู้เช่ารายใหม่ตามวันที่ผู้เช่าเดิมแจ้งไว้แล้ว จึงตกลงให้อยู่ต่อโดยอัตโนมัติไม่ได้
  3. 3แจ้งผู้เช่ารายใหม่ตามจริงโดยเร็ว หากมีแนวโน้มว่าจะส่งมอบห้องไม่ได้ตามนัด

แต่ถ้าหลักฐานการแจ้งย้ายออกไม่ชัดเจน หรือเงื่อนไขในสัญญายังเปิดช่องอยู่ ควรระวังการดำเนินการฝ่ายเดียว และหากมีข้อพิพาทจริง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสัญญาและข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี

วิธีป้องกันปัญหานี้ตั้งแต่แรก: มี Move-out Process ทุกครั้ง

ทุกครั้งที่ผู้เช่าแจ้งย้ายออก ให้เดินตามขั้นตอนเดิมเสมอ

  1. 1แจ้งย้ายออก
  2. 2ยืนยันวันสิ้นสุดการเช่า
  3. 3นัดตรวจห้อง
  4. 4คืนกุญแจ
  5. 5ตรวจมิเตอร์
  6. 6บันทึกความเสียหาย
  7. 7ปิดยอดค่าใช้จ่าย
  8. 8คืนเงินประกัน
  9. 9เตรียมห้อง
  10. 10ผู้เช่าใหม่เข้าอยู่

อย่าข้ามจาก "ผู้เช่าบอกว่าจะออก" ไป "รับผู้เช่าใหม่ทันที" เพราะช่วงระหว่างสองจุดนี้คือช่วงที่ปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้น

สรุป: ห้อง "กำลังจะว่าง" ไม่เท่ากับห้อง "พร้อมให้เช่า"

ก่อนรับผู้เช่าคนต่อไป ควรแน่ใจก่อนว่า

  • ผู้เช่าเดิมออกจริง
  • คืนกุญแจครบแล้ว
  • ตรวจห้องและจดเลขมิเตอร์แล้ว
  • มีเวลาซ่อมและทำความสะอาด
  • พร้อมส่งมอบในวันนัดจริง

การบริหารห้องเช่าที่ดีจึงไม่ได้มีแค่การเก็บค่าเช่า แต่ต้องดูแลตั้งแต่ผู้เช่าเข้า → อยู่ → แจ้งย้าย → ตรวจห้อง → คืนประกัน → เตรียมห้อง → รับผู้เช่ารายต่อไป ถ้ายังจัดการด้วยกระดาษหรือแชตกระจัดกระจาย ลองใช้ ระบบบริหารหอพักออนไลน์ฟรี ของ Homesome ช่วยเก็บสัญญา บันทึกตรวจห้องตอนเข้าและออก และออกบิลค่าน้ำค่าไฟไว้ในที่เดียว

#ผู้เช่าไม่ยอมย้ายออก#แจ้งย้ายออก#เจ้าของห้องเช่า#คืนห้องเช่า#เงินประกันห้องเช่า#บริหารห้องเช่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ผู้เช่าแจ้งย้ายออกด้วยวาจา เจ้าของรับผู้เช่าใหม่ได้เลยไหม?

ยังไม่ควร ควรให้ผู้เช่ายืนยันวันสิ้นสุดการเช่าและวันคืนห้องเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เช่น ผ่านเอกสารหรือ LINE ที่เก็บหลักฐานย้อนหลังได้ แล้วจึงเปิดรับจองแบบยืนยันวันเข้าอยู่

Q: ควรเว้นกี่วันระหว่างผู้เช่าเก่าออกกับผู้เช่าใหม่เข้า?

อย่างน้อย 1–3 วัน หรือนานกว่านั้นตามสภาพห้อง เพื่อตรวจห้อง จดเลขมิเตอร์ ทำความสะอาด และซ่อมแซมก่อนส่งมอบ

Q: ผู้เช่าบอกว่ายังไม่หมดเงินประกัน จึงขออยู่ต่อได้ไหม?

ไม่ได้โดยอัตโนมัติ เงินประกันกับวันสิ้นสุดการเช่าเป็นคนละประเด็น การอยู่ต่อควรเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของยืนยันแล้วเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อรับผู้เช่ารายใหม่ไว้แล้ว

Q: ถ้าผู้เช่าไม่ยอมย้ายออก เจ้าของเปลี่ยนกุญแจหรือตัดไฟได้ไหม?

ไม่ควรทำ การให้ผู้เช่าออกจากที่พักควรดำเนินการตามสัญญาและกฎหมาย หากมีข้อพิพาทควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสัญญาและข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี

Q: วันคืนห้องต้องตรวจอะไรบ้าง?

สภาพห้องและเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวนกุญแจ เลขมิเตอร์น้ำไฟ ยอดค้างชำระ ความเสียหายที่เกินการใช้งานปกติ พร้อมถ่ายภาพและลงบันทึกการส่งมอบห้อง

เริ่มใช้งาน Homesome ฟรีวันนี้

บริหารหอพักง่ายขึ้น หรือหาห้องเช่าที่ใช่

แหล่งข้อมูล
  • ประสบการณ์เจ้าของห้องเช่าที่ใช้ Homesome
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยเช่าทรัพย์

ข้อมูลโดย Homesome Research Team — รวบรวมจากประกาศห้องเช่าจริงกว่า 10,000 รายการทั่วประเทศไทย อัพเดทรายเดือน

อ่านต่อ

ดูทั้งหมด

สำรวจหมวดหมู่อื่น

เมนูอื่น
หน้าหลัก
ห้องเช่า
บ้านเช่า
บันทึก
แจ้งเตือน
ตั้งค่า
ติดต่อ
เกี่ยวกับ
Studio